งานแนว SEO ทำได้ไม่ยาก แค่รู้หลัก

งานแนว SEO ทำได้ไม่ยาก แค่รู้หลัก

ปัจจุบันช่องทางอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นตามมากับการขายของออนไลน์ คือการทำเว็บไซต์และการเขียนบทความแบบ SEO ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีพื้นฐานความสนใจด้านการออกแบบเว็บไซต์หรืองานเขียนอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

เราจึงได้รวบรวมหลักการอย่างง่ายที่ทำให้ผู้ที่สนใจทำงานที่เกี่ยวกับ SEO เป็นอาชีพเสริม สามารถต่อยอดได้ไม่ยาก

1. หน้าตาเว็บไซต์ต้องผ่านเกณฑ์

สำหรับผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ Search engine ที่คนนิยมใช้ทั่วโลกอย่างกูเกิ้ลได้มีข้อกำหนดมาตรฐานของ “หน้าร้านออนไลน์” เปรียบได้กับมาตรฐานผู้ประกวดนางงาม นั่นคือ ทั้งการตั้งชื่อ URL ในการสืบค้น การตั้งชื่อหัวข้อ (Title) และส่วนเนื้อหารวมสรุป (Description) ต้องมีความเหมาะสม

2. ความเป็นเอกลักษณ์ในเนื้อหา

การเป็นนักเขียนแนว SEO จำเป็นต้องมีความ unique ในเนื้อหา เปรียบได้กับคุณสมบัติเฉพาะของผู้เข้าประกวดนางงามแต่ละคน หากจะทำโบท็อกซ์หรือศัลยกรรมมา ก็ต้องมีความแนบเนียนสวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่ไม่ใช่ว่าเกิดการทำเป็นหน้าบล็อกเดียวกันหมด ซึ่งในทางการเขียนบทความเรียกว่า plagiarism ซึ่งสามารถถูกเช็คได้ง่าย ๆ ก่อนในเบื้องต้น และถูกตรวจจับอย่างแน่นอนในบอทของ search engine ซึ่งจะส่งผลต่อการ degrade อันดับของเว็บไซต์คุณด้วย

3. เลือกคีย์เวิร์ดที่ใช่

การทำคอนเทนต์ นอกจากต้องมีความเป็นอัตลักษณ์ในเนื้อหาแล้ว ยังต้องแทรกคีย์เวิร์ดที่ ‘ใช่’ ในการสื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น บทความเรื่องนางงาม ก็ควรมีคีย์ “นางงาม” “ประกวด” “รางวัล” เป็นต้น

4. การมีลิ้งค์พันธมิตร

การมี link เชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการขาย หรือที่เรียกกันทับศัพท์มานานว่า Backlink เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO แต่ไม่ใช่การเน้นปริมาณอย่างในอดีตอีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายยุค millennial ต้องการความจริงใจ มีเนื้อหาสาระที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เสียเวลา ได้ประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการ “แชร์ต่อ” ด้วย

ทำงานที่เกี่ยวกับ SEO

5. ตำแหน่งของคีย์

การใส่คีย์ที่เหมาะสมลงในเนื้อหา content เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการทำ SEO เนื่องจากการแสดงผลจะใช้ย่อหน้าแรกเป็นหลัก และหากใช้โปรแกรมสำเร็จที่ชื่อ “WORDPRESS” ก็จำเป็นอย่างมากในการโชว์เนื้อหาคีย์ในส่วนแรกนี้

6. ความยาวเนื้อหา

ควรวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ เป็นผู้อ่านกลุ่มใด ใช้ไลฟ์สไตล์แบบไหนเป็นสิ่งสำคัญ การให้เวลากับการอ่านแต่ละบทความ โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่ใช้เวลา 3 – 5 นาทีต่อหน้าเว็บไซต์หนึ่ง ๆ เพื่อกวาดสายตาและประมวลความคิดในสิ่งที่สนใจ การมีเนื้อหายาวเวิ่นเว้อ นอกจากจะทำให้ผู้อ่านไม่สบอารมณ์แล้ว ยังจะเป็นการเสียลูกค้าไปอย่างถาวรได้ (คือ ไม่คลิกเข้ามาอีกแล้ว) ทั้งนี้หากบทความเป็นเกรดพรีเมี่ยม เช่น เชิงลึก เชิงวิชาการเฉพาะ พบว่าความยาวเฉลี่ยที่ประมาณ 1900 คำ เป็นความยาวที่ช่วยให้อันดับจากการทำ SEO สูงขึ้นมาก

เป็นอย่างไรบ้าง กับหลักพื้นฐาน 6 ข้อ ที่เรานำมาเสนอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ SEO ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเว็บไซต์ การเขียน content SEO ซึ่งยังมีแนวโน้มไปได้ยาวไกลในสายงานธุรกิจออนไลน์

วิธีช่วยเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์

วิธีช่วยเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์

หากคุณเปิดเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าเกรดเอที่ใคร ๆ ก็เรียกร้องต้องการ โพสต์บทความคุณภาพมีประโยชน์และน่าอ่าน เลือกคีย์เวิร์ดเหมาะสมรองรับการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์คุณมีโอกาสติดหน้าแรกแล้ว แต่มาตกม้าตายตอนจบ เพราะเว็บโหลดช้าทำความลำบากและรำคาญให้ลูกค้า ซึ่งเปลี่ยนใจไปค้นหาสิ่งที่ต้องการในเว็บคู่แข่งแทน โจทย์นี้แก้ไขอย่างไร เรามีคำตอบให้คุณ

เพราะธุรกิจออนไลน์มีการแข่งขันสูง ถ้ามีจุดอ่อนทางใดทางหนึ่ง คู่แข่งที่เปิดเว็บค้นหาแบบเดียวกันก็ช่วงชิงแบ่งส่วนแบ่งตลาดไปรวดเร็ว หากเว็บโหลดช้าเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการจัดอันดับใน Google ด้วย หากไม่ปรับปรุง เว็บจะถูกร่นอันดับตกลงไปหลายหน้า ทุกคนใช้งานเสิร์จเอนจินต้องการความเร็ว ถ้าเว็บช้าเป็นเต่า การทำ SEO ที่ดีแทบจะไม่มีประโยชน์เลย เจ้าของเว็บไซต์ควรท่องเว็บของตนเองและพิจารณาในมุมมองของผู้บริโภคคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งานค้นหาสินค้าและตรวจสอบความเร็ว ถ้าคลิกแล้ว ต้องรอแล้วรออีก ใช้เวลาโหลดนานหลายวินาทีจะมีผลต่อความนิยมของลูกค้าซึ่งมีแนวโน้มผละไปหาคู่แข่งเอาง่าย ๆ โชคดีที่มีหลายวิธีช่วยเพิ่มความเร็วของ เว็บไซต์ ได้ดังนี้

วิธีช่วยเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์

1.ตรวจสอบความเร็วปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาจับเวลา มีเครื่องมือออนไลน์มากมายสำหรับตรวจสอบความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ เช่น Pingdom ช่วยตรวจสอบเวลาในการโหลดและขนาดหน้าเว็บรวมทั้งความเร็วของเว็บไซต์เปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น หากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลาโหลดนานกว่า 4 วินาทีหรือนานกว่านั้น ถือว่าการโหลดมีปัญหา หมั่นตรวจสอบความเร็วของหน้าเว็บเพื่อให้อยู่ในอันดับที่ดีของ Google อยู่เสมอ

2.ย่อไฟล์ขนาดใหญ่ รูปภาพขนาดเต็มและเนื้อหาอื่น ๆ ที่รวมเป็นไฟล์เดียวกันอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณช้าลง ภาพจากกล้องในมือถืออาจมีหลายเมกะไบต์กลายเป็นตัวถ่วง ควรใช้ Photoshop ลดขนาดและปรับแต่งภาพให้มีพื้นที่เล็กลง ทำให้เว็บไซต์ของคุณโหลดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพภาพก่อนอัปโหลดลงในเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย

3.ใช้เครือข่ายการจัดส่งเนื้อหา Content Delivery Network หรือ CDN ทำงานโดยการจำลองเว็บไซต์ทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้ผู้ชมที่อยู่ใกล้ที่สุดดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น วิธีนี้ช่วยให้สามารถโหลดได้เร็วสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

4.อัปเกรดเว็บโฮสติ้ง ธุรกิจมือใหม่มักจะเลือกเว็บโฮสติ้งฟรีหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ถ้าคุณต้องการศักยภาพการแข่งขันสูงสุด ต้องเลือกเว็บโฮสติ้งที่ดี การที่ไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ร่วมกับคนอื่น ทำให้โหลดเร็วขึ้น ทั้งยังป้องกันความเสี่ยงที่เว็บอื่นล่มแล้วฉุดเว็บของคุณดับไปด้วย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกนิดแต่คุ้มค่า

5.อย่าอัปโหลดวิดีโอไปยังเว็บไซต์ตัวเอง เพราะไฟล์ใหญ่เกินไป ทำให้หน้าเว็บโหลดช้า ควรอัปโหลดวิดีโอไปยังบริการของบุคคลที่สาม เช่น YouTube หรือ Vimeo แล้วเชื่อมโยงกลับไปหาเว็บไซต์ของตนเอง จะไม่ได้รับผลกระทบจากการโหลดหน้าเว็บ สามารถใช้วิดีโอดึงดูดผู้ชมจำนวนมากที่ต้องการดูคลิปแบบประหยัดเวลามากกว่าจะอ่านบทความ

เพียงเท่านี้ก็หมดอุปสรรค ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไม่ต้องทนรอโหลดนานหลายวินาที ทำให้เว็บไซต์คุณมีโอกาสติดหน้าแรกของ Search Engine และมีโอกาสปิดยอดขายง่ายขึ้นด้วย

เว็บไซต์โหลดเร็ว เคล็ดลับทำ SEO ติดอันดับหน้าแรก

ลูกค้ายังกดปิดเว็บไซต์ เพราะอะไร

หลายคนมีความเข้าใจผิดเรื่องการนำ SEO เข้ามาเป็นกลยุทธ์การทำตลาดออนไลน์ เชื่อมั่นว่าใส่คีย์เวิร์ดในคอนเทนต์และอัปเดทบทความใส่เข้าไปจำนวนมากต่อวันจะช่วยให้เว็บไซต์อยู่ในอับดับต้นของกูเกิลได้ ความจริงแล้วปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ หากบทความไม่น่าอ่านหรืออ่านไม่เข้าใจ ไม่สละสลวย เพราะเน้นใส่คีย์เวิร์ดเต็มไปหมด คนเปิดเข้ามาครั้งแรก ดูแล้วกดออกหรือกดปิดเว็บไซต์เพราะเนื้อหาไม่ดี ไม่ตรงกับความต้องการ สะท้อนว่าการบริหารจัดการเว็บไซต์ขาดประสิทธิภาพ ขาดความพิถีพิถันและเอาใจใส่ในเรื่องผลประโยชน์ของผู้เข้าชม จึงต้องมาปรับทัศนคติกันใหม่ว่าการทำ SEO ที่ดีคืออะไรกันแน่..

โครงสร้างเว็บซับซ้อน ใช้งานยาก : การออกแบบเว็บไซต์ก็เหมือนกับการตกแต่งหน้าร้าน เข้ามาแล้วเห็นสินค้าอัดแน่นเต็มไปหมด หาอะไรไม่เจอ เปิดเวียนไปเวียนมาทำให้สับสน คนไม่อยากเข้าร้าน หน้าเว็บไซต์ก็ต้องจัดระเบียบไม่ต่างกันเพื่อให้หน้าเว็บสวยงามช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพ

เว็บใหญ่รอโหลดนาน : เว็บไซต์ต้องควบคุมจำนวนหน้าไม่มากเกินไป เพราะพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ชอบรอคอย หากเว็บไซต์หลายหน้าจะทำให้สับสนไม่น้อย มีภาพประกอบขนาดใหญ่และคลิปวิดีโอ ทำให้โหลดนานขึ้น ภาพกระตุก เสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะกดออก ไม่เปิดเข้าไปดูหน้าเพจอื่น ๆ ต่อ หรือกดออกแล้วไม่กลับมาอีก ควรตรวจสอบความเร็วในการดาวน์โหลดเว็บไซต์เสมอ โดยเฉพาะการใช้งานจอมือถือต้องสะดวก อ่านง่าย ไม่ต้องเลื่อนหากันให้วุ่นวาย

บทความไม่โดนใจลูกค้า : การเขียนบทความพร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดเพื่อทำ SEO เป็นกลยุทธ์ด้านการตลาดอีกอย่างหนึ่งในการโปรโมทเว็บไซต์ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการสินค้าและบริการให้กับลูกค้าเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีประโยชน์สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้เว็บ แต่ถ้าเปิดเข้ามาเจอคอนเทนต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเลย เท่ากับว่าเสียแรงและเสียพื้นที่ในการโปรโมทยอดขายไปอย่างน่าเสียดาย ควรใส่ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าและบริการลงไปในเว็บไซต์ พร้อมที่อยู่และช่องทางติดต่อเพื่อความสะดวกในการขายและการสื่อสาร โดยเฉพาะโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด

การทำ SEO ช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักกว้างขวาง มีโอกาสปิดการขายมากขึ้นและธุรกิจเติบโตมากขึ้น ทั้งหมดเป็นขั้นตอนที่ผู้ประกอบการคาดหวังไว้ แต่จะทำได้มากน้อยขนาดไหนขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ เพราะการจ้างบริการโปรโมทเว็บไซต์เข้ามาเป็นที่ปรึกษามักจะให้คำแนะนำในเบื้องต้น แต่ท้ายสุดก็ต้องทำตามความต้องการของเจ้าของเงิน ซึ่งควรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างคอนเทนต์ที่ดี ไม่เพียงส่งผลให้อันดับของเว็บไซต์ติดอันดับที่ดีเท่านั้น แต่นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานยังจะสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้ใจ ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์และเป็นลูกค้าประจำกันไปนานๆ

เทคนิคการเขียนบทความ ทำ seo

เทคนิคการเขียนบทความ ทำ seo

ธุรกิจออนไลน์กำลังสนใจวิธีทำ SEO เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ เพราะเล็งเห็นประโยชน์ตรงที่ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องจ่ายแพงในด้านค่าโฆษณา เพียงการใส่บทความที่มีคุณภาพพร้อมกับคีย์เวิร์ดเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างการค้นหาของลูกค้าเข้ากับ คีย์เวิร์ด ในบทความ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถดึงดูดคนเข้าชมเว็บจำนวนมากขึ้น เปิดโอกาสให้เข้ามาทำความรู้จักสินค้า บริการ ทั้งยังช่วยทำให้แบรนด์ของเราติดหูติดตา กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในท้ายที่สุด แต่ใช่ว่าจะจับบทความอะไรก็ได้ใส่เข้ามาในเว็บไซต์ ผู้ค้นหาจะชอบอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับสินค้า วิธีการใช้งาน ประโยชน์ที่ได้รับ หรือแม้แต่เคล็ดลับความประหยัด ล้วนเป็นข้อมูลที่นำมาใช้ในเนื้อหาบทความได้อย่างดี มีการสร้างแรงจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้น

เทคนิคเขียนบทความ

เทคนิคเขียนบทความทำ SEO เพื่อโน้มน้าวในผู้อ่านจะต้องกำหนดจุดประสงค์ของเรื่องก่อน เมื่อเราต้องการแสดงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเห็นข้อดีที่ควรจะซื้อ ต้องเริ่มถ่ายทอดคุณสมบัติและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ทำให้ง่ายที่จะเรียบเรียงเรื่องราวออกมาในแนวการใช้งานจริง จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อะไรจากสินค้าของเราบ้าง เน้นเนื้อหาที่ให้ประโยชน์กับลูกค้าเป็นสำคัญ ไม่เน้นการโฆษณาขายของมากเกินไปจนทำให้รู้สึกอึดอัด ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีสิทธิ์เลือกสิ่งดีที่สุดให้กับตัวเอง งานเขียนที่ดีต้องอ่านง่าย เว้นวรรคและย่อหน้าอย่างเหมาะสมเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ควบคุมเนื้อหาไม่ยาวเกินไป มีความยาวประมาณ 500-1,000 คำถือว่ากำลังดี อ่านทบทวนและเรียบเรียงเนื้อหาให้เชื่อมโยงกัน อ่านลื่นไหลไม่สะดุดและติดขัด คำฟุ่มเฟือยและคำซ้ำซากทำให้อ่านติดขัดและน่าเบื่อ ตรวจสอบและตัดถ้อยคำที่เยิ่นเย้อออกไป การสะกดคำถูกต้องเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะเกิดผลดีและส่งเสริมภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ทำให้บทความมีความน่าเชื่อถือ

การเขียนบทความเป็นเทคนิคเฉพาะตัว นักเขียนมืออาชีพจะเรียบเรียงเนื้อหาให้น่าอ่านและน่าสนใจมากกว่า ทำให้มีคนเปิดอ่านเนื้อหาเรื่องราวในเว็บไซต์มากขึ้น แต่ถ้าจำเป็นต้องประหยัดงบประมาณที่มีอยู่จำกัด ลองอ่านบทความดีๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับเรื่องราวของตัวเอง ด้วยสูตร “ใคร ทำอะไร ที่ไหน” ซึ่งใช้ในการเขียนทั่วไป เรานำมาอธิบายว่า สินค้าคืออะไร มีคุณสมบัติและประโยชน์อย่างไรบ้าง ข้อดีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ทำไมต้องเลือกซื้อของเรา ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน ติดต่อช่องทางไหนได้บ้าง ประกอบกับการรีวิวสินค้าเข้ามาช่วยในการอธิบายเพื่อสร้างจินตนาการให้กับผู้อ่าน ทำให้น่าสนใจและเข้าใจเรื่องราวง่ายขึ้น ขณะเดียวกันสามารถเชื่อมโยงบทความเข้ากับโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าเพื่อส่งข้อมูลสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากนัก ทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าได้สะดวกขึ้นด้วย ลองนำไปพิจารณาดูว่าจะใช้ประโยชน์กับบทความของคุณได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้สื่อสารข้อมูลถึงผู้อ่านได้ครบถ้วนและตรงประเด็นที่สุด

เทคนิคการทำ seo

บทความ How to

หลายคนเคยได้ยินเรื่องการทำ SEO กันมาบ้าง โดยมากพูดถึงกันแต่เรื่องทำอย่างไรให้เว็บอยู่หน้าแรกๆ ของการจัดอันดับค้นหาบนเสิร์จเอนจิน ความจริงนั่นเป็นเรื่องสำคัญเพียงด้านเดียว หัวใจหลักของการเข้าไปอยู่ในหน้าแรกเพื่อทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ ซื้อแล้วเกิดความพอใจนำไปแชร์กันต่อ เกิดความภักดีกลายเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ยังมีวัตถุประสงค์อีกมากมายทำให้การทำ SEO ได้รับความสนใจอย่างล้มหลาม การเขียนบทความที่มีเนื้อหาน่าอ่านเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งของการทำให้ลูกค้าประทับใจ ยิ่งเข้ามาติดตามอ่านมากเท่าไรก็ยิ่งไต่อันดับสูงขึ้นเท่านั้น เพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับคู่แข่งแบรนด์อื่นอย่างเป็นรูปธรรม

วิธีการเขียนบทความแนว How-to คือการนำเสนอข้อมูลแนะนำสินค้าหรือบริการ ทั้งการอธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ วิธีการใช้งาน ตลอดจนเกร็ดความรู้น่าสนใจอื่นๆ ช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพสูง ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงใจที่สุด การเขียนลักษณะนี้สำหรับนักการตลาดและนักขายมือใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย อาจต้องอาศัยบริษัทรับเขียนบทความและบริษัทรับโปรโมทคอนเทนต์ช่วยเรียบเรียงให้ตามข้อมูลเชิงลึกของสินค้า บวกกับทักษะการเขียนอย่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์จะทำให้ลูกค้ากล่าวเป็นเสียงเดียวว่าอ่านแล้วใช่ ใช้แล้วชอบ ช่วยกันกระหน่ำแชร์กันทางอินเทอร์เน็ตให้คนรู้จักได้นำไปใช้ประโยชน์ด้วย ส่งเสริมยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

How to

คอนเทนต์ในลักษณะ How-to ควรแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย เช่น

-รายละเอียดของสินค้าหรือบริการ
-สรรพคุณของผลิตภัณฑ์ โดยอ้างอิงโฆษณาในสื่อกระแสหลักที่โปรโมทสินค้าให้ด้วย
-เขียนถึงกลุ่มลูกค้าที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการ ว่ามีประโยชน์อย่างไร ช่วยแก้ปัญหาให้ได้อย่างไร
-ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เช่น มีงานวิจัยที่รับรองคุณภาพ
-ความแตกต่างกับแบรนด์อื่น เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบข้อดีและเลือกผลิตภัณฑ์ของเราในที่สุด
-กรณีศึกษาเกี่ยวกับสินค้า รีวิวจากประสบการณ์ของผู้ใช้จริงนำมาบอกต่อ

เพียงคำอธิบายทั้งหมดข้างต้นก็ครอบคลุมจุดเด่นของผลิตภัณฑที่จะช่วยให้ปิดการขายกับลูกค้าได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสนอขายแบบยัดเยียดตรงไปตรงมาซึ่งมักจะทำให้ลูกค้าอึดอัด แต่เขียนบทความในลักษณะโน้มน้าวและเว้นระยะให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง ก่อนจะอัดฉีดโปรโมชั่นดีๆ เช่น รีบซื้อตอนนี้ แถมผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือสินค้าที่ใช้ร่วมกันอีก 1 ชิ้น

อีกขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือการโปรโมทคอนเทนต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นการทำตลาดออนไลน์ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ปรับข้อเขียนให้แสดงผลบนหน้าจออุปกรณ์มือถือทำให้อ่านง่าย โหลดเร็ว มีช่องทางให้กดไลค์ กดแชร์ จะเผยแพร่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์และแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว คงไม่น่าแปลกใจถ้าการทำ SEO ด้วยบทความ How to จะทำให้ประสบการณ์การค้นหาผลิตภัณฑ์ในโลกออนไลน์ปรากฏชื่อขึ้นในหน้าแรกๆ ของกูเกิล เพราะเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ยิ่งเพิ่มโอกาสการขายได้มากขึ้นไปอีก

Domcop

ในการประมูลโดเมนนั้น นักทำ SEO ส่วนใหญ่คงได้ใช้บริการกันอยู่บ่อยครั้ง อาจเอามาใช้เป็นเว็บไซต์ทำเงิน หรือใช้เป็นแหล่งส่งแบล็คลิงค์ไปยัง Money Site อีกทีก็ตาม การหาโดเมนราคา $10-$20 จำนวนเยอะๆจึงเป็นทางออกของนักสร้าง Private Blog Network จะดีกว่าไหม.. ? หากการซื้อโดเมนในรูปแบบประมูล สามารถได้ส่วนลดโดยไม่ต้องเสียเวลาหาคูปอง

ของลดราคา ย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว

คำตอบคือ.. “ดีกว่าอยู่แล้วล่ะ” จะมัวเสียเวลาหาคูปองทำไม ในเมื่อเว็บไซต์ Domcop.com เว็บประมูลโดเมนชั้นนำ เวลาที่ผู้ใช้เจอโดเมนที่ถูกใจและทำการจะซื้อโดเมนขึ้น หากเป็นการคลิกผ่านเว็บไซต์แห่งนี้ จะมีส่วนลดให้ 30% เป็นประจำ ข้อจำกัดของส่วนลดคือ ไม่สามารถใช้ลดราคาโดเมนได้โดยตรง ราคาโดเมนนั้นจะต้องจ่ายเท่ากับจำนวนเงินที่ผู้ใช้เลือกทำการ Bids เอาไว้ แต่ส่วนลดนั้นสามารถใช้ลดพวกแพ็คเกจเสริมได้ สิ่งที่นักสร้าง PBN มักจะซื้อเสริมพ่วงทุกครั้งคือ บริการปกปิดข้อมูลเจ้าของโดเมน มันเป็นการปกปิดรอยเท้าไม่ให้ถูก Search Engine ตามเจอได้ง่ายๆ ค่าบริการส่วนเสริมปกปิดข้อมูลนั้นอยู่ราวๆ 500-600 บาท หากว่าลดไป 30% ก็จะลดไปเป็นร้อยต่อโดเมน แน่นอน เรื่องประหยัดเงินนั้นใครๆก็ชอบอยู่แล้วล่ะ

หากใครยังหาแหล่งประมูลโดเมนดีๆไม่ได้ และอยากได้ส่วนลดไปด้วย อาจเอาไปสร้างเป็นชุดส่งแบ็คลิ้งสู่เว็บบ้านผลบอลออนไลน์หรือเว็บเกี่ยวกับธุรกิจของตัวเอง การเลือกใช้บริการของเว็บไซต์ Domcop ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่หากใครเป็น Webmaster ที่ไม่ได้ต้องการซื้อโดเมนเก่าๆมือสอง แต่อยากได้คูปองลดราคาเพื่อใช้กับบริการอื่นๆ คอยติดตามผ่านหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ได้ตลอดทุกวัน เว็บแนะนำคูปองลดราคา สำหรับนักทำเว็บโดยเฉพาะ

การทำ Anchor Text คีย์เดียวกันทุกหน้าเว็บ ไม่ใช่เรื่องดี

การทำ Anchor Text คีย์เดียวกันทุกหน้าเว็บ ไม่ใช่เรื่องดี

เคยเห็นกันไหมว่าในบางเว็บไซต์ผลการค้นหามักจะถูกจัดเอาหน้าเว็บเพจอื่นภายในเว็บไซต์ของเรามาทำอันดับแทนหน้าเป้าหมายที่เราต้องการให้ติดอันดับ เป็นเพราะว่า Google ได้มองเห็นความซ้ำซ้อนในเว็บไซต์ของเราแล้วพยายามจัดหน้าเว็บเพจที่เหมาะสมที่สุดในคีย์เวิร์ดนั้นของเว็บเรา นำมาแสดงในหน้าผลการค้นหาผ่านคีย์เวิร์ดเป้าหมายของเรานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นพวกเว็บแทงบอลต่างๆมักจะมีหน้าทางเข้าขึ้นมาติดแทนหน้าเว็บหลักอยู่เสมอ หรือต่อให้เราค้นหาทางเข้า บางทีก็จะโผล่หน้าหลักมาแทนเป็นแบบนี้หลายเว็บเลยทีเดียว

เมื่อเราได้ลองมีการสังเกตุดูเป็นระยะ สาเหตุก็อย่างที่บอกไปข้างต้นก็คือ Google พยามจัดอันดับเว็บในหน้าที่เกี่ยวข้องมากที่สุดมาแสดง และบางคนได้มีการใช้ Anchor Text หรือเราจะเรียกกันว่าการทำลิงค์เป็น Keyword เข้าไปยังหน้าเว็บเพจของเราในคำค้นหาเดียวกัน เพื่อให้ภาพรวมของเว็บไซต์นั้นบอกเสิร์ชเอนจิ้นว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวกับเรื่องอะไรเป็นหลัก การทำแบบนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องดีนักเพราะอันกอริทึม Google จะให้คะแนนหน้าเว็บไซต์โดยดูแต่ละเว็บเพจเป็นหลักไม่ใช่โดยรวมเป็นหลัก

หนึ่งเว็บไซต์ สามารถทำได้หลาย 1,000 หลาย 10,000 คีย์เวิร์ด เพียงแค่สร้างเว็บเพจมีความแตกต่างกัน มีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละหน้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่ในทางกลับกันหากเราคาดหวังว่าเราทำเว็บแทงบอลขึ้นมาและต้องการให้ทั้งเว็บของเราเกี่ยวกับแทงบอล เราก็เลยยิงลิ้งค์ข่าวว่าแทงบอลเข้าไปยังทุกหน้าเว็บเพจของเราแบบนั้น Google จะมองว่าเป็นความซ้ำซ้อนและหน้าเว็บของเราอาจจะไม่ได้ถูกจัดอันดับดังที่เป้าหมายต้องการได้ การอ่านแบบนี้ไม่ถูกต้อง ควรใส่ใจ Anchor Text ในแต่ละเว็บเพจอย่างเจาะจงและต่างกัน ไม่ใช่เหมารวมทั้งเว็บ ถ้าจะทำโดยรวมก็ควรใช้คีย์เวิร์ดใกล้เคียงแทนคีย์เวิร์ดเดียวกัน

ส่องคีย์เวิร์ดทำเงิน

Keyword ถือได้ว่ามีความสำคัญยิ่ง หากคุณได้คีย์เวิร์ดดี เป็นคีย์เวิร์ดทำเงินได้อย่างตรงจุดและโดนใจ ย่อมส่งผลต่อการทำ SEO ได้อย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น การค้นหา Keyword จึงถือได้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก หลักในการหา Keyword เพื่อที่จะใช้ทำ SEO โดยตรง อาจจะต้องมีการวางแผนสักนิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีตามมา การเลือกคำที่เกี่ยวข้องและใกล้เคียงก็ยังคงมีส่วนที่ช่วยได้เสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะเน้นทำ SEO แบบจริงจังหรือไม่ก็ตาม คุณเองก็ต้องเสียเวลาเท่าเทียมกัน แต่ในส่วนของผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณจะทำ SEO ขอให้คุณเน้นทำแบบจริงๆ จังๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีไปเลย

หลักในการค้นหา Keyword

1.Main Keyword – คีย์เวิร์ดในรูปแบบ Main Keyword คุณสามารถใช้หลักการเพื่อตอบคำถามให้กับผู้อื่นได้รับรู้ นั่นก็คือ ธุรกิจของคุณคืออะไร เพราะฉะนั้น Keyword ก็จะต้องเป็นคำสั้นๆ ที่สามารถแสดงตัวตนและนำเสนอธุรกิจของคุณได้อย่างชัดเจนที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ขายกางเกงยีนส์ , รับวาดภาพประกอบ , ที่พัก เชียงใหม่ เป็นต้น

2.กลุ่มเป้าหมาย – การกำหนดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น อายุ เพศ หรือแม้กระทั่งรายได้ อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับ Main Kerword ร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น Main Kerword คือ ขายกางเกงยีนส์ ขอให้คุณพยายามนึกต่อว่า ลูกค้าของคุณจะต้องการรู้เรื่องอะไรอีกบ้าง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกางเกงยีนส์กับคุณ อย่างเช่น กางเกงยีนส์ยี่ห้อไหนดีที่สุด เป็นต้น

3.พยายามแต่ง Keyword ให้กลายเป็น Longtail Niche Keyword – ในส่วนของขั้นตอนนี้นั้น เปรียบเสมือนเป็นการสร้าง SEO title ให้กับบทความของเราโดยตรง และถ้าจะให้ดีต้องเป็นบทความเดียวที่มีคุณภาพ แต่สามารถทำ SEO ติดได้ด้วย Keyword หลายคำที่เกี่ยวข้อง

การเลือกคีย์เวิร์ดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีนั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ผู้ที่ค้นหาคีย์เวิร์ดจะต้องวิเคราะห์ วางแผน และพิจารณาให้ดี โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดที่มีคนนิยมค้นหาอย่างมากที่สุดนั้น อาจจะมีผลดีและผลเสียปะปนอยู่ด้วยเสมอ อย่างน้อยการค้นหาคีย์เวิร์ดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงต่อตัวคุณนั้น จะช่วยทำให้คุณมีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นได้ อย่างน้อยก็ทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การค้นหาคีย์เวิร์ดเพื่อจัดทำ SEO ถือได้ว่าเป็นจุดตั้งต้นเพียงเท่านั้น เพราะจุดสุดท้ายที่ถือได้ว่าท้ายสุดจริงๆ ในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อการทำ SEO ในแต่ละครั้ง นั่นก็คือ การเขียนบทความ พร้อมทั้งการเลือกใช้คำที่ผู้คนกำลังค้นหากันอยู่เสมอๆ

google knowledge

หลักการทำ SEO จำเป็นจะต้องอาศัยหลักการหลายต่อหลายอย่าง รวมไปถึงปัจจัยหรือโครงสร้างต่าง ๆ ที่มีความสำคัญ ย่อมส่งผลต่ออันดับที่สามารถเกิดขึ้นได้ร่วมกัน หากคุณสามารถจัดทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO ได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ที่จะได้นั้นย่อมเป็นไปตามที่คุณคาดคิดได้อย่างแน่นอน และอีกหนึ่งหลักการในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้น คุณจะต้องไม่ลืมที่จะทำ On-page SEO ให้ออกมาดีและเหมาะสมที่สุดร่วมด้วย ซึ่งการทำ On-page SEO ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยที่คุณไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ หากคุณไม่ได้ทำ On-page SEO เว็บไซต์ของคุณย่อมมีอันดับที่ดีขึ้นไม่ได้อย่างแน่นอน

On-page SEO ทำเพื่ออะไร?

การทำ On-page SEO เปรียบเสมือนเป็นการปรับแต่งให้หน้าเว็บไซต์ของคุณนั้น มีความตรงไปตรงมาตามข้อกำหนดของ search engine และเพื่อให้ search engine สามารถค้นพบและเก็บรวบรวมข้อมูลของเราเอาไว้ได้ง่ายที่สุด เมื่อใดก็ตามที่มีคนเข้ามาทำการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับที่เราได้ทำการวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ จะส่งผลทำให้ search engine มีความพร้อมที่จะนำหน้าเว็บไซต์ของเราไปทำการแสดงผลได้ในที่สุด หากจะให้ทำการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพได้ยิ่งขึ้น สามารถเปรียบได้ถึง การค้นหาลูกค้าให้มาซื้อของของเรา หากเราคิดดี ทำดี และหมั่นดูแลตนเองให้มีความน่าเชื่อถือ นำเสนอสินค้าจริงที่โปร่งใส ให้บริการอย่างซื่อตรง และตอบสนองลูกค้าด้วยความจริงใจ สุดท้ายคุณก็จะได้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพราะคุณมีความซื่อตรง นำเสนอสินค้าด้วยความจริงใจ และให้บริการที่ดีจริงนั่นเอง

  • การทำ On-page SEO ต้องทำหลายสิ่งด้วยกัน
  • การทำ on-page seo ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นจะต้องจัดทำหลากหลายสิ่งควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็น
  • การทำความเข้าใจลูกค้า ผ่าน คีย์เวิร์ดรีชาร์จ
  • การทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ ซึ่งคอนเทนต์จะต้องสดใหม่ พร้อมทั้งต้องมีเนื้อหาที่ตรงจุดและตรงประเด็นมากที่สุดเท่านั้น
  • การใส่ title พร้อมทั้งเขียน meta description ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญ ซึ่งคุณจะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก
  • การตั้งชื่อรูปภาพประกอบ พร้อมทั้งใส่คำอธิบายให้สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณได้รับรู้ว่า รูปนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างไร
  • การใส่ social media เพื่อให้สามารถคลิกแชร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในส่วนของการทำ on-page seo ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนทางที่สำคัญ ซึ่งผู้จัดทำเว็บไซต์จะต้องเน้นและให้ความสำคัญในส่วนนี้อย่างมากที่สุด เพื่อส่งผลต่อการทำอันดับตามหลักการทำ SEO ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังคงมี off-page seo ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญเช่นเดียวกัน และควรทำไปพร้อม ๆ กับ on-page seo

Search Engine

ร้านค้าออนไลน์ต่างต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองเป็นที่รู้จัก และมีการค้นหาในอันดับต้นๆ ของ Search engine อย่างแน่นอน แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ค่อยรู้ว่า ทำยังไง ถึงจะทำให้เว็บไซต์ของร้านไปอยู่ในจุดที่ต้องการได้ ซึ่งตัวช่วยของการทำอันดับก็คือการทำ SEO นั่นเอง สิ่งแรกที่ร้านค้าออนไลน์ต้องรู้จัก นั่นก็คือ Search engine ที่เป็นตัวช่วยในการค้นหาเว็บไซต์ โดยส่วนมากที่มีความนิยมกันอย่างแพร่หลายนั่นก็คือ Google, Yahoo, Bing, Sanook search แล้วแต่ว่าคนถนัดใช้แบบไหน แต่โดยทั่วไปแล้ว ใครๆ ต่างก็ใช้ Google เป็นหลักกันทั้งนั้น

ดังนั้นผลการค้นหาใน Google search จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจ ซึ่งเมื่อเราทำการค้นหา เราก็จะพบการแสดงผลด้วยกัน 2 แบบ นั่นก็คือด้านบนๆ จะเห็นเว็บไซต์ที่โชว์ แล้วมีตัวอักษรว่า AD ติดมา นั่นคือการแสดงผลที่เรียกว่า Paid Search Result ซึ่งแบบนี้เป็นการทำให้เว็บอยู่ในอันดับบนด้วยการจ่ายเงินโฆษณาให้กับ Google และอีกแบบที่อยู่ด้านล่างหน้าเหล่านี้ ก็คือผลการค้นหาทั่วไป หรือศัพท์ทางการเรียกว่า Natural Search Result นั่นเอง

มื่อเรารู้จัก Search Engine อย่าง Google และการแสดงผลการค้นหาไปแล้ว เราก็จะมาทำความรู้จัก SEO ตัวช่วยที่จะทำให้เว็บไซต์เราติดอันดับต้นๆ ของการค้นหา โดยเราจะมาอธิบายถึงความหมาย และการทำงานของ SEO เบื้องต้นกัน SEOหรือชื่อเต็มก็คือ SearchEngineoptimizationเป็นเครื่องมือที่ทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับการค้นหาในอันดับต้นๆ ของ Google หรือ Search Engine อื่นๆ ซึ่งมีวิธีการทำ SEO หลากหลายช่องทาง และสามารถทำเอง หรือจ้างบริษัททำ SEO ทำให้ก็ได้

ขายของออนไลน์ ด้วยการทำเว็บ

โดยทั่วไป SEO ทำได้ทั้งภายใน และภายนอกเว็บของเราเอง ดังนี้

ภายในเว็บไซต์ของเรา ต้องมีสิ่งที่ทำให้ Bot ของ Google เข้ามาเก็บข้อมูลได้ อย่าง Content ภายในเว็บ ที่ต้องเป็นข้อมูลที่ดี มีคุณภาพ ไม่ซ้ำกับที่อื่น และการเขียน Code ของเว็บไซต์ ที่ต้องมีการฝังคำ ฝังค่าที่ Google สามารถเข้ามาเก็บข้อมูล แล้วนำไปประมวลจัดอันดับได้ เว็บไซต์ก็ต้องเข้าใจง่าย ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แค่นี้ก็ทำให้ติดอันดับต้นๆ ได้

แต่บางครั้ง เราก็ต้องอาศัยเว็บอื่นเพื่อช่วยดึงอันดับให้กับเรา หรือภาษาทั่วไปที่เรียกกันก็คือการฝากเว็บไซต์ หรือแลกลิงค์ กับเว็บไซต์อื่นๆ วิธีการเลือกเว็บไซต์ที่จะไปฝากลิงค์ก็คือ การเลือกเว็บไซต์ที่รับฝากลิงค์ ที่มีผลการค้นหาอันดับต้นๆ มีการพูดถึงเป็นวงกว้าง เว็บเหล่านั้นจะมีคนเข้าเป็นจำนวนเยอะ เมื่อเราไปฝากลิงค์ไว้ ก็จะทำให้เว็บไซต์เรามีคนเข้าถึงเยอะตามไปด้วย การทำแบบนี้เรียกว่า SEO ภายนอก

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐาน SEO ที่เหล่าร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ควรมีความรู้เอาไว้ เพื่อที่จะทำให้ยอดคนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณมีจำนวนมากขึ้น ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้กันได้เลย รับรองว่าต้องได้ผลบ้างไม่มากก็น้อยแน่นอน